ภาพกิจกรรม
ชาวดอนสักร่วมใจ หล่อเทียนพรรษาเทิดไท้องค์ราชัน สืบสานประเพณีวิถีพุทธ ประจำปี 2569
29
9 กรกฎาคม 2569

 " เมื่อเดือนแปดวนกลับมาอีกครั้ง แสงเทียนอันอบอุ่น และกลิ่นขี้ผึ้งที่ลอยฟุ้งไปทั่วทั้งลานวัด เป็นสัญญาณที่บ่งบอกว่า “วันเข้าพรรษา” ใกล้จะถึงเข้ามาทุกที " 🕯🕯🕯

วันที่ 9 กรกฎาคม 2569 ณ วัดเขาสุวรรณประดิษฐ์ อำเภอดอนสัก จังหวัดสุราษฎร์ธานี  นายโกมินทร์ อิ่มเอิบ นายกเทศมนตรีเมืองดอนสัก พร้อมด้วยผู้บริหาร สมาชิกสภาเทศบาล และพนักงานเทศบาลเมืองดอนสัก ร่วมพิธีหล่อเทียนพรรษา “หลอมใจชาวดอนสัก เทิดไท้องค์ราชัน” ประจำปี 2569 (ครั้งที่ 11) พร้อมกับกิจกรรมหิ้วปิ่นโตเข้าวัด (ครั้งที่ 4) เพื่อสืบสานวัฒนธรรมอันดีงามของท้องถิ่นและแสดงความจงรักภักดี

โดยมี นายชาญชัย แสงสวัสดิ์ นายอำเภอดอนสัก เป็นประธานในพิธี พร้อมประกอบพิธีเปิดกรวยถวายเครื่องราชสักการะหน้าพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว นายกเทศมนตรีเมืองดอนสักได้กล่าวต้อนรับผู้ร่วมงานและแสดงความขอบคุณทุกภาคส่วนที่ร่วมมือร่วมใจกันจัดงานในครั้งนี้ ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความสามัคคีอันเป็นหนึ่งเดียวของชาวดอนสักในการร่วมกันทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา พระมหาแสง สิวโร เจ้าอาวาสวัดเขาสุวรรณประดิษฐ์  เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ กล่าวสัมโมทนียกถาให้โอวาทแก่ผู้เข้าร่วมพิธี  จากนั้นประธานในพิธี คณะผู้บริหาร และประชาชนได้ร่วมกันเทน้ำขี้ผึ้งเพื่อหล่อเทียนพรรษาร่วมกัน

#ทำไมเทียนพรรษาต้องเล่มใหญ่?
หากย้อนกลับไปในสมัยโบราณ หรือแม้แต่ในช่วงเวลาก่อนที่ พระกิตติมงคลพิพัฒน์ (หลวงพ่อจ้อย) จะได้นำไฟฟ้าเข้ามาสู่เมืองดอนสัก "เทียนพรรษา" คือแสงสว่างเพียงหนึ่งเดียวท่ามกลางความมืดมิดในยามค่ำคืนของเหล่าพระสงฆ์ที่จำพรรษาตลอดระยะเวลา 3 เดือน ดังนั้น เทียนพรรษาจึงต้องมีขนาดใหญ่กว่าเทียนทั่วไป เพื่อให้สามารถจุดบูชาและให้แสงสว่างได้ยาวนานตลอดช่วงเข้าพรรษา ทำให้ในทุกๆ ปี ชาวบ้านในชุมชนจะมารวมตัวกันหล่อเทียนเพื่อนำไปถวายวัดเป็นประจำ

แม้ในปัจจุบัน แสงสว่างจากเทียนพรรษาจะเป็นเพียงดวงไฟดวงเล็กๆ ที่ไม่อาจเทียบเท่าแสงจากไฟฟ้าได้ แต่เทียนพรรษายังคงเป็นสัญลักษณ์อันทรงคุณค่าที่บ่งบอกว่า “แสงสว่างแห่งพระพุทธศาสนายังคงโชติช่วงอยู่ไม่เสื่อมคลาย” และเปรียบเสมือนแสงแห่งความสามัคคีของคนในชุมชนที่ร่วมมือร่วมใจกัน จนกลายเป็นประเพณีหล่อเทียนพรรษาที่สืบทอดมาจนถึงปัจจุบัน


แผนผัง เว็บไซต์
mascot